บทที่ 10 บอกผมหน่อยสิครับ!

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

ชีวิตของเตมินทร์กับทิชายังคงดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งใกล้จะจบภาคเรียนที่สอง

ช่วงสายของวันนั้น เตมินทร์เริ่มรู้สึกปวดท้อง ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นเพราะยังไม่ได้กินอะไร แต่ยิ่งเวลาผ่านไป อาการปวดกลับยิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณท้องด้านขวา

เตมินทร์พยายามนั่งเรียนต่อจนจบคาบ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจึงขอครูไปห้องพยาบาล

“ปวดตรงไหนลูก”

“ตรงนี้ครับ”

เขาชี้ไปที่ท้องด้านขวา ก่อนจะก้มตัวลงเล็กน้อย

ครูเดินเข้ามาดูใกล้ๆ แล้วแตะหลังมือบนหน้าผากของเขา

“ตัวรุมๆ ด้วยนะเรา แล้วปวดท้องมานานหรือยัง”

“ตั้งแต่เช้าแล้วครับ แต่ตอนนั้นไม่ได้ปวดมากขนาดนี้”

ครูให้เขานอนพัก ก่อนตรวจอาการเบื้องต้นอีกครั้ง

“ครูว่าไปโรงพยาบาลเลยดีกว่า เดี๋ยวครูโทรให้ผู้ปกครองมารับ”

เตมินทร์รีบส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรครับครู ผมยังไหว”

“แน่ใจเหรอ”

“ครับ”

เขาพยายามลุกขึ้นนั่ง แม้จะต้องใช้มือกดท้องตัวเองเอาไว้

“เดี๋ยวผมกลับบ้านเองได้ครับ บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน”

“แน่ใจนะ”

“ครับ”

เตมินทร์พยักหน้า

“เวลานี้แม่ก็น่าจะใกล้กลับถึงบ้านแล้วเหมือนกันครับ เดี๋ยวผมกลับถึงบ้าน แล้วค่อยให้แม่พาไปโรงพยาบาล”

ครูมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ

“ถ้าอย่างนั้นกลับบ้านแล้วรีบไปโรงพยาบาลเลยนะ อย่าฝืน”

“ครับครู”

เตมินทร์เก็บกระเป๋า ก่อนจะเดินออกจากห้องพยาบาล

ระหว่างทางกลับบ้าน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

นึกถึงทิชาที่คงยังเรียนอยู่ จึงส่งข้อความไปบอกไว้ก่อน

[เตมินทร์ : วันนี้พี่กลับก่อนนะ พี่ไม่ค่อยไหว ปวดท้องมาก]

[เตมินทร์ : ครูให้กลับบ้านไปโรงพยาบาล เลยรอชากลับพร้อมกันไม่ได้]

ไม่นานข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นมา

[ทิชา : โอเค พี่มินทร์ไม่ต้องเป็นห่วงชานะ]

[ทิชา : เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วชารีบกลับไปหา]

เตมินทร์อ่านข้อความนั้นแล้วพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ

[อืม]

ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วเดินต่อ

ไม่นานนักเขาก็เดินกลับถึงบ้าน แต่ทันทีที่เดินมาถึงหน้าบ้าน เตมินทร์กลับชะงัก

ประตูรั้วเปิดอยู่ ประตูบ้านก็เปิดอยู่

เขาขมวดคิ้ว

ปกติแม่จะปิดประตูบ้าน ประตูรั้วไว้เสมอ

“แม่?”

ไม่มีเสียงตอบ

เตมินทร์ผลักประตูเข้าไป

ทันทีที่ก้าวผ่านประตูบ้าน เขาก็หยุดนิ่ง ข้าวของหลายอย่างกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น

เก้าอี้ตัวหนึ่งล้มอยู่ข้างโต๊ะ แจกันที่แม่ชอบวางไว้บนชั้นแตกกระจาย เศษกระจกตกอยู่เกลื่อนพื้น

“เกิดอะไรขึ้น...”

เตมินทร์มองไปรอบบ้าน หรือว่าจะมีโจรขึ้นบ้าน?

เขารีบก้าวเข้าไปอีกสองสามก้าว ก่อนจะเห็นใครบางคนนั่งอยู่บนพื้น

พ่อ…

พ่อนั่งก้มหน้าอยู่ข้างโซฟา มือข้างหนึ่งกุมขมับ อีกข้างกำแน่นอยู่บนเข่า

“พ่อครับ...”

“พ่อ”

พ่อยังคงนั่งนิ่ง ไม่พูดอะไร

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

เตมินทร์หันกลับไปมองข้าวของที่กระจัดกระจายอีกครั้ง

“ทำไมบ้านเป็นแบบนี้”

เขาหันไปทางห้องครัว

“แม่ล่ะครับ”

เตมินทร์รีบเดินไปดูในครัว

“แม่ครับ?”

แต่ก็พบว่าไม่มีใครอยู่ ก่อนที่เขาจะเดินกลับมาที่ตรงหน้าพ่ออีกครั้ง

“แล้วแม่ล่ะครับพ่อ แม่ไปไหน” เตมินทร์เริ่มขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย

“พ่อบอกผมหน่อยสิครับ”

มือที่กุมท้องอยู่เริ่มเกร็งขึ้น เมื่ออาการปวดกลับมาอีกครั้ง

“พ่ออย่าเงียบแบบนี้สิ!” เขาเริ่มขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว

เพี๊ยะ!

แรงตบทำให้ใบหน้าของเตมินทร์หันไปตามแรงกระแทก

เขานิ่งค้างอยู่ตรงนั้น

มือค่อยๆ ยกขึ้นแตะแก้มตัวเอง

“แกอยู่บ้านกับแม่แกทุกวัน!” เสียงของพ่อดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

“ไม่รู้หรือไงว่าแม่แกมันไปมีชู้!”

เตมินทร์เงยหน้าขึ้นมองพ่อ

“อะไรนะครับ”

“แม่แกไปมีชู้!”

เตมินทร์ส่ายหน้า

“ไม่จริง” ภาพเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว ผู้ชายคนนั้นกับแม่

“แม่ไม่ได้เป็นคนแบบนั้น”

“แล้วแกจะรู้ได้ยังไง!”

“ผมรู้!” เตมินทร์ตะโกนกลับทั้งที่น้ำตาเริ่มคลอ “พ่อต่างหากที่ไม่รู้อะไรเลย บางวันก็กลับบ้านดึก บางวันกลับมาก็เมา แล้วพ่อยังจะโทษแม่อีกเหรอ!”

“ฉันเมาแล้วมันทำไม ฉันกลับบ้านดึกแล้วมันทำไม แม่แกเลยออกไปมีชู้ได้งั้นเหรอ!”

“อย่าพูดแบบนั้นถึงแม่ผมนะ!”

“นี่แกยังจะปกป้องมันอีกงั้นเหรอ!”

“แม่ไม่ได้ทำ!” เตมินทร์กำมือแน่น “แม่ไม่ได้เป็นคนแบบนั้น!”

พ่อจ้องหน้าลูกชาย ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

“อ๋อ...นี่แกเข้าข้างแม่แกงั้นสินะ”

เตมินทร์ไม่ตอบ

“งั้นก็ไปอยู่กับแม่แกเลยสิ!”

พ่อชี้ไปทางประตู “ไปเลย!”

เตมินทร์ยืนนิ่ง

น้ำตาไหลลงมาตามแก้มที่ยังชา

เขาหันไปมองประตูบ้าน

ถ้าแม่ไม่อยู่ที่นี่...เขาก็จะไปอยู่กับแม่เหมือนกัน

เตมินทร์เดินไปทางประตูอย่างรวดเร็ว

แต่พอเดินได้ไม่กี่ก้าว อาการปวดท้องกลับรุนแรงขึ้นจนเขาต้องหยุด

“อึก...”

มือหนึ่งกุมท้อง อีกมือคว้าขอบโต๊ะเอาไว้

เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม

ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว

เตมินทร์พยายามฝืนเดินต่อ มือเอื้อมไปทางลูกบิดประตู แต่ปลายนิ้วกลับคว้าอากาศ ร่างของเขาโอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้น

ตุบ!

“มินทร์!”

เสียงพ่อดังมาจากด้านหลัง แต่เขาแทบไม่ได้ยิน

จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป